1 พ.ย.  กระทรวงดิจิทัลฯ ดีเดย์ ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม

  • 31 ตุลาคม 2562, 16:48

รมว.กระทรวงดิจิทัล  นำคณะทำงาน ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม นำเสนอ พล.อ.ประยุทธ์และคณะรัฐมนตรี  ประกาศความพร้อมเปิดตัวศูนย์ฯ เดินหน้า กลั่นกรอง  ตรวจสอบ  แยกแยะชี้แจง ยืนยันข้อมูลได้ภายใน 2 ชั่วโมง ทำงานทั้งแบบ Online - Offline ยึดเกณฑ์ IFCN



นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยหลังการนำคณะทำงานศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม (Anti-Fake News Center)  เสนอต่อพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี เพื่อแจ้งถึงการเปิดตัวศูนย์ฯ ในวันที่ 1 พ.ย. 62 ณ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ว่า  กระทรวงดิจิทัลฯ ได้รับมอบนโยบายจากรัฐบาลให้ดูแล กลั่นกรอง ตรวจสอบ หรือกำจัดข่าวปลอม เน้นว่าเป็นข่าวที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง และจะมีการสร้างการรับรู้ ความเข้าใจในข่าวที่ถูกต้อง เพื่อประชาชนทุกคนให้เข้าใจ และรู้เท่าทันว่าข่าวไหนปลอมข่าวไหนจริง

 

 

ทั้งนี้ กระทรวงดิจิทัลฯ จะใช้กลไกการขับเคลื่อนโดยคณะกรรมการประสานงานและแก้ไขปัญหาข่าวปลอมที่กระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินประชาชน ที่จะมีคณะผู้ทรงคุณวุฒิ และนักวิชาการ สื่อมวลชน ทำหน้าที่ วางแผน กำกับ การดำเนินงาน และแผนการเผยแพร่ตามขั้นตอนการพิจารณาข่าวปลอม การวิเคราะห์ข้อมูลข่าวสารออนไลน์ ข่าวที่เป็นกระแสโลกโซเชียล อย่างรู้เท่าทันของภาครัฐ รวมทั้งมีการติดตาม ตรวจสอบ ข้อมูลที่เผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์และระบบอินเทอร์เน็ต พร้อมวิเคราะห์แนวโน้ม และบ่งชี้ข้อมูลที่เป็นข่าวปลอม ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบข้อมูล ผลิตข้อมูลที่ถูกต้อง
 

 

อีกทั้งจัดส่งข้อมูลต่อหน่วยงานที่เป็นเจ้าของเรื่องประกอบการดำเนินการตามอำนาจ หน้าที่ และข้อสำคัญขั้นตอนการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องต่อประชาชน และสาธารณชน จะผ่านกลไกภาคสื่อสารมวลชน อาทิ เช่น สำนักข่าวไทย สมาคมนักข่าว หรือสื่อหน่วยงานอื่น ๆ  เครือข่ายภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน  เป็นต้น

 

 

อีกบทบาทสำคัญของการจัดตั้งศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม คือ ส่งเสริมสนับสนุนการสร้างองค์ความรู้
สร้างจิตสำนึก รอบรู้เท่าทันเพื่อให้ประชาชนสามารถปกป้องตนเองจากปัญหาข่าวปลอม ตลอดจนให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการพัฒนาเครื่องมือระบบตรวจสอบข่าวปลอม ให้มีประสิทธิภาพ
 

 

 

“ข่าวปลอมที่มีผลกระทบต่อสังคมในวงกว้าง ส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินต่อประชาชนโดยตรง เช่น โรคระบาด ภัยพิบัติ เศรษฐกิจสิ่งแวดล้อม ข่าวที่สร้างความแตกแยกในสังคม ข่าวที่สร้างความเข้าใจผิดต่อสังคมตลอดจนข่าวที่ทำลายภาพลักษณ์ต่อประเทศ หลัก ๆ จะมี 4 กลุ่ม ดังนี้  1. ข่าวกลุ่มภัยพิบัติ (น้ำท่วม แผ่นดินไหว เขื่อนแตก สึนามิ ไฟไหม้) 2. ข่าวกลุ่มเศรษฐกิจ การเงินการธนาคาร/หุ้น 3. ข่าวกลุ่มผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมายอื่น และ 4. ข่าวกลุ่มนโยบายรัฐบาล /ข่าวสารทางราชการ/ความสงบเรียบร้อยของสังคม/ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในประเทศ” นายพุทธิพงษ์ฯ กล่าว

 

 

ด้านการดำเนินงานของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม เบื้องต้นได้แบ่งเป็นมาตรการระยะสั้น และระยะยาว โดยมาตรการระยะสั้น เน้นดำเนินการสื่อสารกับผู้ที่ได้รับผลกระทบด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง ทันท่วงทีและโปร่งใส หลีกเลี่ยงการสร้างผลกระทบในลักษณะที่ก่อให้เกิดความสับสน มีแผนกลยุทธ์การสื่อสารในยามวิกฤติที่สามารถตอบโต้กับข่าวปลอมได้ทันท่วงที มีแผนการประสานงานระหว่างหน่วยงาน จัดสร้างเว็บไซต์ที่กำกับและสื่อสารว่าเป็นข่าวปลอม เพื่อช่วยให้ประชาชนตระหนักและรู้เท่าทันข่าวปลอม อีกทั้งเป็นแหล่งสำหรับประชาชนใช้ในการตรวจสอบข้อเท็จจริงได้

 

 

ส่วนมาตรการระยะยาว 1.มุ่งเสริมสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีที่ปลอดภัยแก่ประชาชนและสังคม รู้จักวิธีตอบโต้ข่าวปลอม มีความรับผิดชอบต่อสังคมในการเผยแพร่และแบ่งปันข้อมูล บรรจุหลักสูตรการรู้เท่าทันสื่อในโรงเรียนในการรู้เท่าทันในข่าวปลอมอย่างมีวิจารณญาณไตร่ตรอง 2. กำหนดความรับผิดชอบกับผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์และสื่อมวลชน ภายใต้กรอบความร่วมมือ ส่งเสริมให้มีการยืนยันตัวตนของแหล่งข่าว ใช้ข้อกฎหมายที่มีอยู่แล้วมาบังคับใช้ให้เกิดประสิทธิภาพ 3. สนับสนุนให้มีองค์กรกลางทำหน้าที่ในการตรวจสอบความเป็นจริง สร้างความร่วมมือกับสมาคมผู้ประกอบการสื่อออนไลน์ สำนักข่าวต่าง ๆ ในการตรวจสอบข่าวปลอม
เพื่อเพิ่มการเข้าถึงข้อมูลที่มีคุณภาพและข้อมูลที่เป็นจริง สร้างเครื่องมือในการวัดความน่าเชื่อถือในข่าว การสนับสนุนเงินทุนเพื่อเป็นรางวัลแก่สื่อที่มีจริยธรรมในการเสนอข่าวที่ดี
  และ 4. สร้างเครือข่ายในการวิจัยและพัฒนานโยบายและเทคโนโลยี ทั้งในระดับประเทศและระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการจัดการกับปัญหาการสร้างข่าวปลอมที่เป็นขบวนการ (Deep Fakes) ที่มีการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) หรือการเรียนรู้เชิงลึก (Deep learning) สามารถทำให้การจัดการหรือการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล ภาพ วีดีโอได้มากขึ้น

 

 

“เป้าหมายหลักคือ เพื่อให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยตรงทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สิน มีช่องทางเพื่อให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม ป้องกันการแชร์เนื้อหาข่าวที่ไม่เหมาะสม ตลอดจนสามารถรู้เท่าทันข่าวปลอม
โดยกระทรวงดิจิทัลฯ เตรียมพิจารณาจัดทำเครื่องมือเพื่ออำนวยความสะดวก อาทิ
 web application เว็บไซต์
Anti-Fake News Center มีการทำงานในลักษณะ Online และ Offline เป็นไปตามมาตรฐานสากลของ International Fact Checking Network  หรือ IFCN วิธีการแจ้งก็จะแบ่งหมวดการแจ้งตาม 4 กลุ่มหลักตามที่กล่าวข้างต้น ศูนย์ทำหน้าที่รับแจ้งข้อมูลที่ต้องการตรวจสอบ และส่งต่อเรื่องไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องซึ่งจะมีกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริง แล้วแจ้งผลการตรวจสอบกลับมา ประชาชนจะสามารถตรวจเช็คข่าวปลอมได้ทันที เบื้องต้นคาดว่าภายใน 2 ชั่วโมง” นายพุทธิพงษ์กล่าว

 

 

 

นอกจากนี้กระทรวงดิจิทัลฯ ได้ประสานความร่วมมือในการปฏิบัติงาน กับเครือข่ายสังคมออนไลน์รายหลักๆ ได้แก่ Facebook Line และ Google ตลอดจนผู้ประกอบการเครือข่ายมือถือ อาทิ AIS True DTAC และจะเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นร่วมกับหน่วยงาน ทุกกระทรวง ทบวง กรม รัฐวิสากิจ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สร้างความเข้าใจร่วมกัน อีกทั้งจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) เพื่อสร้างแนวปฏิบัติร่วมกัน และเป็นการสร้างเครือข่ายอีกทาง ปัจจุบัน หน่วยงานต่าง ๆ ได้มีการแต่งตั้งผู้แทนประสานงานกับศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลร่วมกับศูนย์ฯ และต้องได้คำตอบที่ถูกต้อง ชัดเจน และจะดำเนินการเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้องต่อไป

 

 

“กระทรวงฯ ยังได้ดำเนินการพัฒนาเว็บไซต์สำหรับบูรณาการความร่วมมือภาครัฐ เอกชน และประชาชน
ต่อการแก้ไขปัญหาข่าวปลอมทางโลกดิจิทัล เพื่อเป็นศูนย์กลางในการตรวจสอบข่าวสาร หรือข้อมูลอันเป็นเท็จ ข้อมูลหรือข่าวที่มีการตัดต่อข้อมูล เนื้อหา การนำเสนอข้อมูลข่าวสารโดยปราศจากข้อเท็จจริง พร้อมทั้ง ชี้แจงเสนอข้อเท็จจริงที่ถูกต้องและสนับสนุนการดำเนินงานร่วมกับภาคประชารัฐ (หน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม สมาคม เครือข่ายต่าง ๆ และภาคประชาชน) สามารถตรวจสอบ สอบถาม และร่วมมือในแก้ไขการเผยแพร่ข่าวสาร หรือข้อมูลอันเป็นเท็จ” นายพุทธิพงษ์ฯ กล่าว